สารชะล้างในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า

องค์ประกอบหลักที่ทำหน้าที่ทำความสะอาดในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว เป็นสารในกลุ่ม สารลดแรงตึงผิว หรือ surfactant สารกลุ่มนี้มีสมบัติพิเศษคือ เป็นโมเลกุลที่มีส่วนที่ชอบน้ำและไม่ชอบน้ำ ส่วนที่ไม่ชอบน้ำจะชอบน้ำมันและไขมัน ส่วนที่ชอบน้ำก้ชอบจับกับน้ำ ดังนั้นจึงสามารถจับน้ำมันให้มาผสมกับน้ำได้ เพราะโมเลกุลนี้เป็นตัวเชื่อม

สารชะล้างมีมากมาย หากแบ่งตามลักษณะของประจุที่โมเลกุล จะได้ สารลดแรงตึงผิวแบบประจุลบ สารลดแรงตึงผิวประจุบวก สารลดแรงตึงผิวที่มีทั้งประจุบวกและลบ และ สารลดแรงตึงผิวแบบไม่มีประจุ ความสามารถในการดึงไขมันของสารชะล้างแต่ละชนิดแตกต่างกัน 

  • สารชะล้างประจุลบ (anionic surfactant) ส่วนใหญ่มีความสามารถในการดึงน้ำมันดีมาก ให้ฟองดี ทำให้เป็นที่นิยมในการชะล้างคราบสกปรกต่างๆ
  • สารชะล้างในกลุ่มประจุบวก (cationic surfactant) มักมีความสามารถในการชะล้างคราบมันสกปรกต่ำ นิยมใช้เพื่อปรับประจุที่ผิว หลังการใช้สารชะล้างประจุลบ เช่นใช้ในน้ำยาปรับผ้านุ่ม ครีมนวดผม สารชะล้างกลุ่มนี้ทำให้มีสัมผัสพื้นผิวที่นุ่ม แต่มักก่อให้เกิดการแพ้ได้ หากเป้นผู้แพ้ง่าย ก็ต้องระวัง
  • สารชะล้างในกลุ่มที่มีทั้งประจุบวกและลบ (amphoteric surfactant or zwitterionic surfactant) สารชะล้างกลุ่มนี้มีความอ่อนโยน มีความสามารถดึงไขมันจากเกราะผิวต่ำ จึงนิยมใช้ในผลิตภัณฑ์ล้างหน้า อย่างไรก็ตาม สารชะล้างกลุ่มนี้มีราคาแพงกว่าสารชะล้างในกลุ่มประจุลบ 
  • สารชะล้างแบบไม่มีประจุ (nonionic surfactant) สารชะล้างกลุ่มนี้มีความอ่อนโยนต่อผิว มีความสามารถดึงไขมันจากเกราะผิวต่ำ ไม่ค่อยให้ฟอง นิยมใช้ในผลิตภัณฑ์ล้างหน้า อย่างไรก็ตาม สารชะล้างกลุ่มนี้มีราคาแพงกว่าสารชะล้างในกลุ่มประจุลบ 

ด้วยการที่สารชะล้างอุ้มไขมันให้ละลายลงในน้ำได้ สารเหล่านี้จึงสามารถทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ได้ (เยื่อหุ้มเซลล์เป็นไขมัน) การใช้สารชะล้างความเข้มข้นสูงจึงสามารถทำให้เซลล์แตกได้ การใช้งานสารชะล้างกับผิว จึงควรระวัง การล้างหน้าที่ไม่ทำลายเกราะผิวมีหลักการคือ ล้างให้เร็ว และอย่าใช้สารชะล้างปริมาณมาก ควรผสมสารชะล้างกับน้ำก่อนชโลมไปที่ผิวหน้า และควรให้ผิวหน้าเปียกน้ำก่อนเสมอ 

สารชะล้างในกลุ่มซัลเฟตและซัลโฟเนต

จานชามและเสื้อผ้ามักมีคราบน้ำมันมากมาย ดังนั้นผลิตภัณฑ์ล้างจานและผลิตภัณฑ์ซักผ้าจึงจำเป็นต้องใช้สารชะล้างที่มีประสิทธิภาพสูงในการดึงน้ำมันให้ละลายไปกับน้ำ สารชะล้างที่นิยมใช้ในน้ำยาล้างจานและน้ำยาซักผ้าเป็นพวกสารลดแรงตึงผิวประจุลบที่มีซัลเฟตหรือซัลโฟเนตเป็นส่วนหนึ่งของโมเลกุล จึงมักเรียกว่าสารชะล้างซัลเฟต (sulfated surfactant and sulfonated surfactant) สารชะล้างกลุ่มนี้ ราคาถูก ล้างไขมันได้ดีมาก และลื่นไหลไปกับน้ำได้อย่างรวดเร็วมาก แต่ไม่เหมาะจะใช้กับผิว เพราะทำให้เกิดการระคายเคือง            

ผิวคนเรามีคราบไขมันและน้ำมันอยู่ด้านบนตามธรรมชาติ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของ “เกราะผิว” ซึ่งคือระบบกักน้ำของร่างกาย โดยนอกจากเกราะผิวจะมีชั้นผิวหนังที่เป็นเซลล์ตายทับถมกันแน่นเป็นดังก้อนอิฐที่เชื่อมด้วยไขมันแล้ว ร่างกายยังขับน้ำมันออกมาเคลือบเกราะผิวด้วย เกราะผิวจึงเป็นปราการกักน้ำที่ยอดเยี่ยม ทำให้เซลล์ผิวที่มีชีวิตด้านในที่ต้องอยู่ในสภาวะชุ่มน้ำ มีน้ำหล่อเลี้ยงอยู่โดยรอบ ไม่แห้ง

อย่างไรก็ตาม น้ำมันและไขมันที่ร่างกายขับออกมา ก็มักดึงดูดสิ่งสกปรกต่างๆ ให้เกาะที่ด้านนอกของเกราะผิวได้ การล้างหน้าจึงจำเป็น แต่การล้างหน้าที่ดี ไม่ควรขจัดไขมันที่เป็นกาวเชื่อมเกราะผิวออกไปด้วย สารชะล้างที่เป็นกลุ่มซัลเฟต มีความสามารถในการชะล้างไขมันดีมาก หากเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ล้างหน้า ก็จะทำให้มีโอกาสสูงที่ไขมันเชื่อมเกราะผิวจะถูกชะออกมาระหว่างล้างหน้า อย่างไรก็ตาม ด้วยปัจจัยเรื่องราคา และสมบัติที่ทำให้รู้สึกผิวสะอาดได้อย่างรวดเร็ว สารชะล้างกลุ่มนี้ จึงยังคงถูกใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ล้างหน้าจำนวนมาก  

ปัจจุบันเริ่มมีผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ไม่มีซัลเฟตออกมาจำหน่ายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคามักจะสูงกว่าผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มีซัลเฟต

ระวังสารชะล้างแบบประจุบวกที่แฝงมาในผลิตภัณฑ์ล้างหน้า

ด้วยการที่สารชะล้างในกลุ่มซัลเฟต มักทำให้ผิวแห้งตึงหลังการล้างหน้า จึงมีผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดบางตัว แก้ไขปัญหานี้ด้วยการผสมสารชะล้างกลุ่มประจุบวกลงไป เพื่อให้ความรู้สึกนุ่มผิวหลังล้างหน้า โดยทั่วไปแล้ว สารชะล้างแบบประจุบวก มีความเป็นพิษที่สูงกว่าสารชะล้างแบบประจุลบ และมีคนจำนวนไม่น้อยแพ้สารชะล้างแบบประจุบวก ดังนั้น การใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ทำให้หน้านุ่มด้วยกลยุทธ์เช่นนี้ จึงสร้างปัญหาผิวให้ผู้ที่แพ้ง่ายได้โดยไม่รู้ตัว

หากมีผิวแพ้ง่าย ก็จำเป็นต้องระวังผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้มาก เพราะความนุ่มผิว ไม่ได้มาจากเกราะผิวที่ไม่ถูกรบกวน แต่มาจากการรบกวนเกราะผิวมากถึงสองระดับ คือนอกจากจะมีการชะไขมันเชื่อมเกราะผิวออกมาแล้ว ยังมีสารชะล้างประจุบวกไปเคลือบผิวไว้ด้วย ทำให้สมดุลตามธรรมชาติของผิวถูกแทรกแซงเป็นอย่างมาก เมื่อผิวมีปัญหาแบบไม่ทราบสาเหตุ หลายๆคนก็ไปเลือกการดูแลผิวด้วยยาต่างๆ แต่ไม่ได้แก้ที่ต้นตอของปัญหา จึงเกิดปัญหาผิวเรื้องรัง

หากมีผิวแห้ง แพ้ง่าย หรือเป็นผิวเด็ก หรือผู้ที่เพิ่งจะเริ่มเข้าวัยรุ่น การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีสารชะล้างซัลเฟตก็มีความจำเป็น เพื่อถนอมสมดุลของเกราะผิวตามธรรมชาติไว้ให้ได้มากที่สุด ซึ่งจะส่งผลให้ผิวแข็งแรง และลดโอกาสการเกิดสิวหรือปัญหาผิวต่างๆ ได้  อย่าลืมว่า ร่างกายมักสร้างสมดุลที่ดีมาให้อยู่แล้ว วิธีที่ดีที่สุดจึงเป็นการรบกวนสมดุลที่ดีนี้ให้น้อยที่สุด