เกราะผิวและการล้างหน้าที่ถูกต้อง

เกราะผิวคืออะไร
เกราะผิวคือชั้นด้านบนสุดของผิว หรือที่เรียกว่า สตราตัม คอร์เนียม (stratum corneum) ประกอบขึ้นด้วยเซลล์ผิวที่ตายแล้วเชื่อมกันอยู่ด้วยไขมันชนิดต่างๆ เช่น เซราไมด์ คลอเรสเตอรอล และกรดไขมันชนิดต่างๆ

คนส่วนใหญ่มีเกราะผิวที่มีความหนาจากการทับถมของเซลล์ที่ตายแล้วนี้ประมาณ 15 – 20 ชั้น เซลล์ที่ตายแล้วเหล่านี้ไม่มีนิวเคลียสแล้ว และภายในเซลล์บรรจุด้วยสารที่มีลักษณะเป็นเส้นใยโปรตีนเหนียวและไขมันซึ่งเป็นลักษณะสำคัญที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับชั้นเกราะผิวนี้ เหล่าเซลล์ตายแล้วนี้ ถูกเชื่อมประสานกันอยู่ด้วยไขมันจำพวก เซลาไมด์ (50%) คลอเรสเตอรอล (27%) และกรดไขมันต่างๆ (10%) และมีพวกไขมันอื่นอีกเล็กน้อย นอกจากนี้ยังมีไขมันที่หลั่งออกมาจากต่อมไขมันมาเคลือบอยู่ด้านบนผิวด้วย ไขมันที่หลั่งออกมาเป็นพวกกลุ่มสเควลีน แวกซ์ ไตรกลีเซอไรด์ และกรดไขมัน ทั้งเซลล์ผิวที่ตายแล้วที่ประสานด้วยไขมันรวมกับไขมันที่เคลือบนี้กลายเป็นปราการให้กับเซลล์ผิวที่มีชีวิตด้านล่าง ป้องกันการระเหยของน้ำ

ปริมาณ และชนิดของไขมันที่เป็นตัวประสานเซลล์ตายจะเป็นตัวกำหนดความแข็งแรงของชั้นเกราะผิว และความยากง่ายในการที่สารต่างๆ จะซึมผ่านเกราะผิวด้วย โดยสัดส่วนของชนิดไขมัน และปริมาณของไขมันในชั้นเกราะผิวจากบริเวณผิวที่ต่างกัน ก็ต่างกันด้วย ปริมาณไขมันประสานนี้ จะลดลงตามอายุ และยังมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามฤดูกาลด้วย

เกราะผิวทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้น้ำระเหยไปจากผิวด้านล่าง ปกป้องเซลล์ผิวที่มีชีวิตด้านล่างจากสิ่งแปลกปลอม และเชื้อโรค และยังช่วยรักษาอุณหภูมิให้กับร่างกายด้วย ก่อนที่สิ่งมีชีวิตจะขึ้นจากน้ำมาอยู่บนบก วิวัฒนาการการกักเก็บน้ำให้กับร่างกายเป็นเรื่องสำคัญมาก และเกราะผิวก็เป็นผลจากวิวัฒนาการนี้ เป็นการใช้ไขมันอย่างชาญฉลาด ผสมผสานกับซากเซลล์ตายที่เหนียวแน่นเพราะมีการสร้างเส้นใยโปรตีนและไขมันไว้เต็มเซลล์ก่อนตาย กลายเป็นเกราะผิวที่ห่อหุ้มร่างกาย และป้องกันการระเหยของน้ำได้อย่างยอดเยี่ยม


โดยทั่วไป เกราะผิวจะเป็นที่อยู่อาศัยของจุลชีพที่หลากหลายด้วย (microbiome) โดยจุลชีพเหล่านี้จะอยู่กันอย่างสมดุลคือ ไม่มีชนิดไหนแพร่พันธ์ได้มากเกินไป เรียกว่าสมดุลของจุลินทรีย์ตามธรรมชาติที่ผิว เหล่าจุลชีพตามธรรมชาติเหล่านี้มีความสำคัญในการปกป้องผิวจากการบุกรุกของเชื้อโรคต่างๆ การเอื้อให้เหล่าจุลขีพเหล่านี้อยู่ในสมดุลสำคัญมาก เพราะหากชนิดใดชนิดหนึ่งมีปริมาณมากขึ้นกว่าปกติ ก็จะกลายเป็นปัญหาผิวทันที จุลชีพเหล่านี้มีความสัมพันธ์อันซับซ้อนกับไขมันที่ชั้นเกราะผิวด้วย เช่น การย่อยไขมันที่เกราะผิวให้กลายเป็นชนิดไขมันที่เหมาะสมสำหรับป้องกันเชื้อโรคร้ายไม่ให้เพิ่มจำนวนได้ เป็นต้น

            ด้วยเกราะผิวเป็นเซลล์ตายที่เชื่อมกันอยู่ด้วยไขมันชนิดต่างๆ และมีจุลินทรีย์หลากหลายชนิดที่อยู่กันอย่างสมดุล การดูแลเกราะผิวจึงต้องไม่ไปทำลายสองส่วนสำคัญนี้  ปัจจัยต่างๆที่จะทำให้เกราะผิวแข็งแรงมีดังนี้

การดูแลเกราะผิวให้แข็งแรง

อาหาร

มีการทดลองให้หมูได้รับอาหารที่ไม่มีไขมันที่จำเป็นในการสังเคราะห์เซราไมด์ (ใช้น้ำมันมะพร้าวให้หมูแทนน้ำมันพืชที่มีกรดไขมันพวก ลิโนเลอิก) พบว่าเมื่อเวลาผ่านไป 2 เดือน หมูมีผิวแห้งลอกและขาดน้ำมาก อัตราการระเหยของน้ำจากผิวของหมูเหล่านี้ สูงเป็น 5 เท่าของหมูที่ได้รับอาหารปกติ และเมื่อวิเคราห์เกราะผิวของหมูกลุ่มขาดไขมันจำเป็น ก็พบว่ามีโครงสร้างของไขมันเซราไมด์ที่ไม่เหมือนปกติ1

            ดังนั้นการรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วนจึงเป็นพื้นฐานของสุขภาพเกราะผิวที่ดี อาหารที่จำเป็นในการสร้างเซราไมด์คือ กรดไขมันชนิด โอเลอิค ที่มีอยู่ในน้ำมันพืชส่วนใหญ่ (ไม่รวมน้ำมันมะพร้าว) และถั่วเปลือกแข็งหลายๆชนิด

  1. Melton JL, Wertz PW, Swartzendruber DC, Downing DT, Effects of essential fatty acid deficiency on epidermal O-acylsphingolipids and transepidermal water loss in young pigs. Biochimica et Biophysica Acta 921 (1987) 191-197.

พฤติกรรมที่พึงระวัง

การใช้เครื่องสำอางหรือผลไม้หรืออาหารที่มีค่าความเป็นกรดเบสไม่เหมาะสม (ค่าความเป็นกรดเบสควรอยู่ที่ พีเอชประมาณ 4 – 6) จะทำให้สมดุลจุลินทรีย์เสียได้

การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารกันบูดมากๆ หรือยาปฏิชีวนะบ่อยๆ สามารถทำให้สมดุลจุลินทรีย์ที่ผิวเสียได้ จึงควรเลี่ยง

เลี่ยงการใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของกรดลอกผิวจำพวก กรดซาลิไซลิค หรือ กรด ไกลโคลิค เพราะสารพวกนี้จะไปยับยั้งการเชื่อมต่อของเซลล์เข้าด้วยกัน เพราะการเกาะยึดระหว่างเซลล์ถูกทำลาย ทำให้ไม่สามารถสร้างชั้นเกราะผิวที่แข็งแรงได้   

วิธีการล้างหน้าที่ถูกต้อง

สารชะล้างในผลิตภัณฑ์ล้างหน้ามีสมบัติในการชะล้างไขมันให้หลุดไปกับน้ำได้ สิ่งสกปรกที่ติดหน้าเรามักจะเป็นสารที่เกาะอยู่ที่คราบไขมันที่เคลือบหน้า หน้าจึงสะอาด อย่างไรก็ตาม สารชะล้างหลายๆ ชนิด ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าจะล้างแค่สิ่งสกปรกและไขมันที่เคลือบผิว โดยไม่ล้างไขมันเชื่อมเกราะผิว ผลก็คือ ไขมันเชื่อมเกราะผิวถูกล้างไปด้วย ทำให้เกิดปัญหาผิวตามมาโดยไม่รู้ตัว

การล้างหน้าที่ดีควรล้างแค่สิ่งสกปรกและคราบไขมันที่ต่อมไขมันหลั่งออกมา โดยไม่ไปทำลายไขมันเชื่อมเกราะผิว การชะล้างไขมันเชื่อมเกราะผิวไม่เพียงทำให้โครงสร้างเกราะผิวบางและเสี่ยงต่อผิวคัน แห้ง แพ้ แต่ยังเป็นการไปรบกวนสมดุลจุลินทรีย์ที่ผิวมากเกินไปด้วย การที่เกราะผิวถูกชะออกไป เราจะรู้สึกได้ทันทีหลังล้างว่าหน้าเราแห้งตึง ดังนั้น การล้างหน้าที่ดีควรหาผลิตภัณฑ์ที่เมื่อล้างเสร็จ หน้าไม่แห้งตึงการล้างหน้าด้วยแรงมากๆ และล้างบ่อยๆ สามารถขัดถูเกราะผิวหลุดได้ จึงควรล้างเบาๆ และไม่ควรล้างหน้ามากเกินไป

การล้างหน้าคือการใช้สารชะล้างกับผิว เพื่อให้มีการรบกวนเกราะผิวน้อยที่สุด การล้างหน้าควรทำดังนี้

  • ทำให้หน้าเปียกน้ำมากๆก่อนเสมอ
  • ไม่ใช้สารชะล้างเข้มข้นสัมผัสผิวโดยตรง
  • ขั้นตอนการล้างหน้าด้วยสารชะล้างต้องทำให้เร็วที่สุด
  • ขั้นตอนการล้างสารชะล้างออกต้องทำให้หมดจรดที่สุด
  • ไม่ควรขัดถูหน้าแรงๆ
  • ควรใช้สารชะล้างปริมาณน้อยๆผสมน้ำเล้กน้อยก่อนเสมอ
  • หากหน้าสกปรกมาก ให้ล้างสองครั้ง ดีกว่าล้างครั้งเดียวด้วยปริมาณสารชะล้างเข้มข้น โดยในการล้างสองครั้งนั้น ครั้งแรกทำการล้างให้เร็ว และชะออกให้เร็วแบบไม่ต้องพิถีพิถัน แต่ครั้งที่สองให้ล้างสารชะล้างออกให้สะอาด
  • ไม่ควรใช้สครับ กับผิวหน้าเด็ดขาด
  • การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารชะล้างแรงๆ ทำให้ไขมันธรรมชาติที่เชื่อมเกราะผิวไว้ถูกชะออกมา ดังนั้นควรเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีสารชะล้างแรงๆ หรือสารที่ก่อฟองมากๆทั้งหลาย
  • ไม่ควรใช้น้ำร้อน หรือน้ำอุ่นล้างหน้า ให้ใช้น้ำอุณหภูมิห้องล้างหน้า

ล้างเครื่องสำอางอย่างไรดี

หากมีการลงรองพื้น หรือใช้เครื่องสำอางที่กันน้ำ ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าประเภทโฟม หรือเจลล้างหน้า (ผลิตภัณฑ์แบบใช้กับน้ำ) ไปทำความสะอาดโดยตรงและคาดหวังให้เครื่องสำอางหลุดออกด้วยวิธีนี้ ทั้งนี้เพราะ ผลิตภัณฑ์แบบใช้กับน้ำที่ทำแบบนี้ได้ จะมีองค์ประกอบเป็นสารชะล้างที่แรงมาก จึงไม่เหมาะกับผิวหน้า วิธีที่ควรทำคือใช้น้ำมันเช็ดเครื่องสำอางออกก่อน โดยผลิตภัณฑ์ที่ทำสำหรับเช็ดเครื่องสำอาง จะละลายเครื่องสำอางได้ดี และเมื่อเช็ดดีแล้ว จึงค่อยทำการล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าแบบใช้น้ำล้างอีกทีหนึ่ง อย่างไรก็ตาม หากเป็นเพียงผลิตภัณฑ์กันแดดที่ไม่ได้มีสมบัติกันน้ำ หรือเป็นการทาแป้งฝุ่นธรรมดา ก็สามารถล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ประเภทเจล หรือโฟมล้างหน้าได้เลย